T's profile▂▃▅▆█ red_bear (' ◎ ') ▇...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    September 17

    ...

    now I know....



    I love










    myself
    December 14

    คู่กัน..หน้าย่อมเหมือนกัน 55555555+

     

    MyHeritage: Celebrity Morph - Free genealogy websites - Trace family tree

    November 02

    ไปกรุงเทพแล้วนะ...

    พรุ่งนี้ต้องไปอยู่กรุงเทพแล้วสิ...
    กลับมาอีกทีก็รับปริญญา
    แล้วก็ธันวาเลย
     
     
    ปีที่แล้วไปฝึกงานอยู่เชียงใหม่..ไม่เจอกันสองเดือนยังทนได้เลย
    แต่นี่แค่เดือนเดียว ทำไมใจหาย...
     
    วันนี้ไปหาที่บ้าน เห็นว่าไม่สบายอยู่เลยไม่ได้ชวนไปกินกาแฟกัน
    ไม่ได้คุยอะไรกันมาก นั่งเล่นหน้าบ้าน นั่งเล่นกับมู่กับแต๋น
    เราก็หันไปมองหน้า... "ขอจับมือหน่อยดิ"
    ส่งมือมาให้
    จับ..
     
     
    "เออ เชื่องดีโนะ ขอมือก็ให้ เหมือนมู่เลย"
     
     
    ...
     
     
    "พรุ่งนี้เค้าไปกรุงเทพแล้วนะ"
    "อื้อ"
     
    "เค้าโทรหาบ่อยๆได้ป่าว"
    "ก็โทรมาดิ"
     
    "งั้นเค้ากลับละนะ ตัวจะได้นอนพักผ่อน"
    "ก็แล้วแต่นะ เค้าไม่ง่วงอะคงไม่นอนแล้ว"
     
     
    เล่นกับมู่ซักพัก....
     
     
    "กลับแล้วนะ"
    "แล้วแต่..."
     
    "งั้น  ไปละ..."
     
     
    ......
     
     
     
     
    ก่อนกลับแอบจิ๊กการ์ตูนเจ๊พลอยมาเรื่องนึง  ^^
     
     
     
     
     
     
    เจอกันวันรับปริญญา..
     
     
    October 24

    ดาว หมอ ขน

    เมื่อคืนก่อนฝัน...ฝันว่าไปที่ไหนไม่รู้ มองไปบนฟ้าเห็นดาวเต็มเลย แล้วมีดาวสองดวงตก ในฝันก็ดีใจ เรียกคนข้างๆดู...เฮ้ยๆๆๆดาวตกๆๆๆ

    พอตื่นมาก็เปิด Google หาคำว่า "ทำนายฝัน ดาวตก" ดูซิ...ว่ามันจะเป็นยังไงน้ออออ

     

    ดาว, ดวงดาว                  - ฝันเห็นดาวตก จะได้รับความเศร้าโศก หรือเจ็บไข้หรือมีคดีถึงโรงศาล     

                                     - ฝันว่าเห็นดาวประจำเมือง จะได้รับเกียรติยศชื่อเสียง และเลื่อนตำแหน่ง  

                                     - ฝันว่าดาวส่องแสง จะได้รับความช่วยเหลือจากเพศตรงข้าม               

    อ้าววว เห็นดาวตกมันก็ไม่ดีอะดิ..... แต่เอ.. พอจะจำได้นะว่ามันไม่ตก แค่ส่องสว่างเฉยๆ (ขนาดฝันมันยังขี้โกงเลย)

     นี่แหละ...คนเรา

     

    เพื่อนๆก็แนะนำว่า "เฮ้ยมึง หมอดูที่นี่ๆๆ เค้าดูแม่นมากเลยนะ ขนาดกูไม่เชื่อยังต้องเชื่อเลย"

    "ไม่เอาว่ะ ไม่กล้าดู ถ้าดูแล้วทักอะไรไม่ดีขึ้นมา ก็ไม่สบายใจ"

    อย่างว่าอะ.. ดูเรื่องอดีตกับปัจจุบันจะค่อนข้างตรงหรือตรงเ ป๊ะมากๆ เพราะมันเกิดมาแล้ว ผ่านมาแล้วเรารู้ได้ว่ามันเป็นยังไงมา

    แต่ถ้าดูเรื่องอนาคต "หนูจะรถชน" "หนูจะตกน้ำ" "หนูจะเอนท์ไม่ติด" "หนูจะเรียนไม่จบ" มันทำให้ไม่มั่นใจ หวาดระแวง...กูจะต้องเป็นอย่างนั้นจริงหรอ???

    ใจก็จะบอกว่า (ฮึ้ยยย มันก็แค่หมอดูแหละวะ ดูกลางๆ จิตวิทยา) ((ทีเรื่องอันไหนดีๆล่ะบอกแม่นๆๆๆ))

    1900-1900-29 หมอกฤษณ์ คอนเฟิร์ม!!!  (ว่าจะโทรไปอยู่...เห็นเค้าบอกว่าแม่นกัน อิอิ)

     --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

    เรื่องของ "ขน"

    ด้วยความที่ได้ฮอร์โมนเพศพ่อมาเยอะจัด ทั้งหนวด ขนหน้าแข้งที่มีจนถึงขาอ่อนบนสุด ขนที่หลัง ที่แขน ไม่รู้มันจะเยอะไปไหน มาชุมนุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย(ตั้งแต่กูเกิดเลยเนี่ยนะ) เ

    ด็กๆก็ช่างซน เอากรรไกรมาตัด มาเล็มขนหน้าแข้งกับขนแขน ถ้าย้อนอดีตไปได้จะจับตีมือให้หักเลย!!! หารู้ไม่ว่าโตขึ้นมันเยอะ+ยาวกว่าเดิมอีก

    ตั้งปณิธานไว้ว่า....จะไม่ทำอะไรกับขนพวกนี้

    ปล่อย...

    วาง...

    ...

     

    "ไอ้เติ้ล! แกเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายวะ ขนหน้าแข้งแม่งเยอะว่ะ"

     "โกนๆมั่งก็ได้นะ มันยาวแล้วเว้ย"

    "โห..แม่ง"

    "ฮ่าๆๆๆๆๆ เฮ้ยๆ มึงดูดิ"

    ........

     

    ด้วยเสียงรบเร้า+กับความไม่มั่นใจเวลาใส่กระโปรง หรือกางเกงขาสั้น แอบอิจฉาลึกๆเวลาเห็นขาคนอื่นสวยงามไร้ขน เนียนจริงๆ....

     อดทนมา 10กว่าปี เอาวะ!! จะไปแว๊กขน!!!!

     เที่ยงๆของวันปิยะ ชวนแม่ไปบิ๊กซีกัน ด้วยความใฝ่ฝันว่า "ขาต้องสวยๆๆ ขาต้องเนียนๆๆ"

    ไปถึงร้านขาย "น้ำผึ้งแว๊กขน" เจอแม่ค้าแล้วบอกว่า มาแว๊กขนขาค่ะ แม่ค้าก็จัดเตรียมที่นั่งไว้ให้ (เก้าอี้เตี้ยๆไว้ซักผ้า 1 ตัว......พัดลม 1 ตัวที่จ่อไปทางแม่ค้า กูก็ร้อนเหมือนกันนะ -*-)

    แม่ค้าบอก "ไม่ได้เอาที่อุ่นแว๊กมาด้วยสิ....ไม่น่าลืมเล้ยยยย" ตามองหา แต่มืออะเปิดขวดแล้ว

    "ทำไมหนูไม่ทำเองล่ะ เนี่ยๆ เอาแว๊กทาแบบนี้นะ แล้วเอาผ้าแปะแล้วก็ดึง" "จ๊ากกกกกกกกกกกก" อีป้านี่ เจ็บนะเว้ยยย ก้มกลับไปมองดูที่ขาตัวเอง เหมือนป่าในห้วยขาแข้งถูกระเบิดตู้มใหญ่จนป่าราบ ระเบิดตู้มแรกไม่พอ ตามมาอีกเป็นกระรอกๆ ป้าแกมันมือมากกก เอะอะไรดึงๆๆๆๆ ไอ้เราก็ โอ้วววว อ้ากกก เสร็จไปหนึ่งขา....ชาค่ะ ชามากกก เพราะมันกระหน่ำถางป่าไม่มีหยุดพักกันเลย มาขาที่สอง....ตู้มๆๆๆๆๆ อีก10นาทีเสร็จสองขาด้วยอาการน้ำตาตกใน ก้มกลับไปดูขาตัวเอง O_O โล่งงงงงงอย่างไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนเลย เป็นผู้หญิงเต็มตัวแล้ววววววววววว...

     

    ความฝันอันสูงสุด!!!

    September 02

    ....

    จี๊ด
    ปี๊ด
    ซี๊ด
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     รู้ว่ามันเป็นอีผีบ้า  แต่ทำไมเวลามันตามมาหลอกหลอน ต้องจี๊ดด้วยวะ...  ช่างแม่งเด้!!!!!
    เฮ้อ
     
     
     
    August 23

    โรคจิต

    โทรศัพท์โรคจิต..
     
    ตี4ของวันหนึ่ง ได้ยินเสียงมือถือดังเลยลุกมาดู เป็นเบอร์แปลกๆ  เวลานี้อาจจะเป็นเรื่องฉุกเฉินเลยกดรับ
     
     
    เรา : ฮาโหลล..
     
    มัน : จุ๊ จุ๊ จุ๊ จุ๊....
     
    เรา : เฮ้ย ใครวะ จะคุยกับใครเนี่ย
     
    มัน : จุ๊ จุ๊ จุ๊ จุ๊....
     
    เรา : จุ๊หาพ่องดิ!!!  (แล้ววางหูทันที)
     
     
    โรคจิตตอนตี4 - -"
     
     
     
     
     
     
     
    ตอนเที่ยงของวันนี้ มีคนโทรมา
     
     
    เรา : ฮาโหล
     
    มัน : เอ่อ..อยุ่ หนา อะ (สำเนียงแม้วๆ พม่าๆ ถามว่าอยู่ไหน)
     
    เรา : อยู่บ้าน
     
    มัน : เอ่อ..ละ มี แฟ รึ ยา (แล้วมีแฟนรึยัง)
     
    เรา : อะ รา นะ   พู่ ม่าย ชัก   ฟา ม่าย รุ เรื่อง  (แกล้งล้อเลียนมันที่มันพูดไม่ชัด)
     
    มัน : อ้ออ เป ฟ่า หร่า หรอ (เป็นฝรั่งหรอ)      (เอ๊า กูล้อเลียนมึงนะ ไม่ใช่กูเป็นฝรั่ง -*-)
     
    เรา : ช่ายๆ ราว เปน ฟ่า หรั่ง  (เอาวะ กูเป็นฝรั่งก็ได้วะ 555+)
     
    มัน : แคน ยู สปี้ค อิงลิช?   (แนะ..เป็นโรคจิตแบบโกอินเตอร์ซะด้วย)
     
    เรา : ห๊ะ!! คุณ จ่า คุย กาบ คราย?
     
    มัน : ......(นิ่งไป)
     
    เรา : คุณ จ่า คุย กาบ คราย
     
    มัน : มี ผัว หรือ ยา 
     
    เรา : อ้ออ มี ผัว ล้า  มี ล้าๆ 
     
    มัน : ล้า ขา ตัว รึ ป่า  (ในใจอยากจะด่า  แม่งเอ๊ยยยยย หาว่าขายตัวป่าว)
     
    เรา : มี ผัว ล้า  ม่าย ขาย ตัว ด้วย  อย่า ทอ มา อีก  ราม คาน
     
     
    วางหูกึ๊ก... มันก็โทรมาอีก เลยนัดกับพ่อว่าให้เป็นผัวฝรั่งก่อนแล้วก็รับ  มันเลยรีบวางแล้วหายเงียบไปเลย
    มันคงคิด โห..โทรมาเจอฝรั่ง(ที่พูดอังกฤษไม่ได้) แล้วรอบสองเจอผัวฝรั่งรับอีก   - -"
     
     
     
    August 22

    ตุ้มหูสีเลือด..เอือด..เอื..อ.ด

    ว่าจะมาอัพ แต่ไม่รู้จะอัพอะไร....มันก็เลยมีเรื่องมาให้อัพจนได้
    ขอตั้งชื่อ blog นี้ว่า.......
     
    ตุ้มหูสีเลือด เอือด เอือด..เอื..อด
     
     
     
    20 สิงหา  ติ่งหูข้างซ้ายบวมแดงเพราะนอน(อีท่าไหนไม่รู้) ตุ้มหูมันคงทิ่มเลยทำให้อักเสบ
    21 สิงหา  บวมแฮะ..บวมจนแป้นตุ้มหู (เพชรสีชมพู) มันบุ๋มลงไป  เอ..คงเพราะหูบวมมั้งเลยดูตุ้มหูจมลง
    22 สิงหา  ตื่นมาส่องกระจก  แว้กกกกกกก!!! เลือดๆๆๆ เจ็บๆๆๆ ทำไงดีๆๆๆ บึ่งรถไปหาพี่พลอยให้ช่วยหน่อย
                 เช็ดเอาเลือดกับหนองออก  เวรแล้ว! แป้นตุ้มหูหาย... ให้พี่พลอยดึงก็ไม่ออก แป้นมันต้องอยู่ในหูแน่ๆ
       13.00  ไปโรงบาล ทั้งคนตรงประชาสัมพันธ์ คนช่างน้ำหนัก คนวัดความดัน คนพามาส่งหมอ หมอ ผู้ช่วยหมอ คนเอ๊กซเรย์ คนที่ห้องฉุกเฉิน
                 และคนไข้ที่นั่งอยู่ข้างๆ  คงไม่เคยเห็นคนตุ้มหูค้างในหู แตกตื่นกันใหญ่   "เป็นไงมั่งๆ เอาออกยัง แล้วเข้าไปยังไง เจ็บมั้ย"
                 (คนมันดังก็งี้อะโนะ..ดารามาโรงบาลย่อมเป็นที่สนใจ) -*-
       15.00  2 ชั่วโมงที่อยู่โรงบาล หลังจากที่เอ๊กซเรย์ดู สรุปแป้นตุ้มหูอยู่ข้างในจริงๆ หมอก็คีบออกไปอย่างง่ายดาย  คนทั้งโรงบาลเฮกันลั่น!!!
                 (เชียร์มวยกัน)
     
    พรุ่งนี้จะไปหาก้านกระเทียมมาเสียบ ไม่กล้าใส่ตุ้มหูนอนแล้ว  มีลูกบอกลูกมีหลานบอกหลานว่าอย่าใส่ตุ้มหูอันเล็กๆนอน   จำไว้!!
     
     
     
     
     
     
    ขอขอบคุณ ^/\^
     
    พี่พลอย-- ที่ปฐมพยาบาลหูให้
    เพชร-- ที่คอยเตือนว่าอย่าลืมแปลงร่างเป็นซอมบี้นะ -*-
    พี่บอล-- คอยปลอบอย่างอ่อนโยนว่า "ไม่เป็นไร ยังไงก็เอาเนื้อตรงขามาโปะอยู่ดี"
    ดรีมกับบอส-- เจอกันที่โรงบาล ซื้อโค้กให้กินด้วย  ใจดีจัง
    ทุกคนที่โรงบาล-- ที่คอยเป็นห่วง (หรือสมน้ำหน้ากันแน่?)
    นักมวยทั้งสอง-- ที่ชกชนะวั้นนี้
     
    August 04

    สิ่งสวยๆ งามๆ

    ตอนเช้า
     
    ขับรถบนนถนนอยู่ดีๆ  เอ๊ะ ทำไมรถติดจัง รถ==3
    มีแก๊งเด็กประถมเดินข้ามถนน  สงสัยจะเดินไปเยี่ยมโรงเรียนข้างๆ  เด็กชายเด็กชายเด็กหญิงเด็กชายเด็กหญิง
    แล้วทำไมต้องมาข้ามอะไรกันตอนนี้ รีบก็รีบ โอ๊ยยย หงุดหงิดๆๆ ข้ามเร็วๆสิไอ้เด็กเวร!!
    ....
     
    ความรู้สึกนี้ถูกลบไปหมด
     
    ....
     
    เด็กฝูงนึงวิ่งข้ามถนนแล้วโบกมือ พร้อมกับยิ้มให้ ริมฝีปากแดง
     
    ชั้นนั่งยิ้มตอบให้กับพวกเด็กๆ ยิ้มแฉ่ง
     
     
     
     
     
     
     
    ตอนเย็น
     
    หงุดหงิดกับคนบางคน..ขับรถกลับบ้านด้วยอารมณ์บูด.. ยิงฟัน
    โดนรถตัดหน้า อะไรวะ!!! เห็นกูเป็นแค่รถมินิตัวน้อยรึไง ถึงได้กล้าตัดหน้าเนี่ย!! โกรธ
    ผ่านตรงศาลพระพิฆเนศร์.. เจอฝูงน้องไก่อู  โดยมีหัวหน้า(เผ่า)นำขบวน พาลูกน้องข้ามฝั่งมาจากวัด
     
    ....
     
    ความหงุดหงิดถูกลบไปหมด
     
    ....
     
    ฝูงไก่ตัวอ้วนๆ เตี้ยๆ พากินวิ่ง(แบบไก่)มาหากิน   (ต๊อกๆๆๆๆ)
    แล้วมีพี่รถกระบะออกมาจากซอย จะชนน้องกุ๊กไก่มั้ย? 
    หัวหน้าเผ่านำไปก่อนแล้ว  ลูกน้องถูกตัดแถวโดยพี่รถกระบะ กำลังลังเลว่าจะข้ามดีไม่ดี
    พี่รถกระบะจอดให้ข้าม ..ยิ้มแล้วมองน้องกุ๊กไก่ข้ามถนน
    และแล้วลูกน้อง4ตัวสุดท้าย ก็วิ่งต๊อกๆๆๆไปหาฝูงของมัน หัวใจสีแดง
     
     
    ช่างเป็นภาพที่น่ารักจริงๆ ^^  เสียดายคว้ามือถือถ่ายรูปไว้ไม่ทัน
     
     
     
     
     
     
    สิ่งสวยงาม อยู่รอบกายเรานี่เอง
    เพียงแต่ว่า...เราจะมองเห็นมันรึเปล่า
     
     
     
     
    ****เพลงประกอบ blog นี้  :  วันสีชมพู -เบน ชลาทิศ
     
     
     
     
     
     
     
     
      <<< มู่ทู่ขี้อ้อน (เป็นพุดเดิ้ลพันธุ์ยักษ์)
      <<< ลัคกี้จอมเลีย (เป็นชะมดพันธุ์จมูกสั้น)
     
     
     
    July 21

    ที่...ที่

    อยากไปเกาะ
    ทะเลไกลๆ
    ดำน้ำลึกๆ
    ดูนีโมกับมาร์ลิน
    พายเรืออีโปงเก็บดอกโสน
    ลุยน้ำลุยโคลนหาปูหาปลา
    จำได้ติดตาแต่เล็กจนโต
    เข้าป่าดิบชื้น
    เล่นน้ำตก
    แกะกล้วยกิน
    ฟังเสียงนกจีบกัน
    นอนดูหนอนทำรัง
    ถ่ายรูปดอกไม้ป่า
    เก็บเห็ดกิน
    ไม่มีมือถือ
    ไม่มีทีวี
    ไม่มีไฟ
    ไม่มีใครมาบังคับ
    ไม่มีอำนาจ
    ไม่มีเงินตรา
    ไม่มีกิเลศ
    ไม่มีความอิจฉาริษยา
    ไม่มีหน้ากาก
    ไม่มีความเห็นแก่ตัว
    ไม่มีการแก่งแย่งชิงดีกัน
     
     
     
     
    อยู่ซักอาทิตย์... เดือน... ปี....ตลอดชีวิต....
    ก็คงดีนะ
     
     
     
    จะมีใครเข้าใจอะไรในตัวชั้น....ชั้นเองก็ยังไม่เข้าใจว่าเป็นอะไร รู้สึกยังไง
    แต่ที่แน่ๆ ชั้นอยากไปที่บอกไว้ข้างบนนั่นจริงๆนะ
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
    July 10

    Boney M

     

    ถ้าพูดถึง Boney M ก็คงเป็นราชาแห่งดิสโก้ยุค 1970

    เราเองก็เกิดไม่ทันหรอก เคยแต่ฟังเพลงจากแผ่นเสียงของพ่อกับแม่

    เรื่องประวัติของดิสโก้ก็ไม่ค่อยรู้อะไรมาก

    แต่รู้ว่าตาหัวฟูคนนี้กับสาวๆอีกสามคนในสมัยนั้นคงดังโคดๆๆ

    ชอบ MV เพลงนี้ที่สาวๆสามคนเต้นแบบมีสเต็ป

    ตาหัวฟูนั่นเต้นแบบกูไม่สนใจพวกมึง 55555+

    เพลงที่ดังๆหน่อยก็ Rasputin(1978), Daddy Cool, Sunny(1976), Ma Baker(1977)

    ดูจากปีเพลงที่แต่ง จะออกมาทุกๆปีเลย

     

     

     

    ถ้าเอาเพลงพวกนี้มาเปิดในผับก็คงจะดีนะ เพลงมันน่าเต้นดี....ว่ามั้ย?

    May 26

    ฮิปโปโปเตมัส

      

     

    Hippopotamus - Desmond Dekker

    You all hipocrite, you all hippopotamus, you all hipocrite, you...
    You all hipocrite, you all hippopotamus, you all hipocrite, yeah...
    You nah fe gwan so
    You nah fe galang so
    What goes up, star, mus' come down
    What goes up, sir, mus' come down
    You too commutive (?)
    Wicked and bad-minded, conniving

     

    ชอบเพลงนี้จัง น่ารักดี ^^

    เพลงนี้อยู่ในอัลบั้ม Desmond Dekker - Anthology 1963 - 1999 ,  »Rude Boy Ska«
    (แต่เพลง You can get it if you really want ในหน้าเพลย์ลิสต์  มีตั้งแต่ปี 1970.....นานโคดดด)

    ที่จริงตั้งใจจะ search หาเพลงYou can get it if you really want (โฆษณาเบียร์ไฮเนเก้น)

    มาเจอคนร้องคนนี้เลยลองเข้าไปฟังฮิปโป เอ๊ะ...น่ารักดีแฮะ  ฟังแล้วนึกถึงใครคนนึงที่กำลังอ้วนเอาๆ (แต่อ้วนๆก็น่ารักดีนะ)

     

     

     

     

    May 21

    วันที่มีความสุขกับเพื่อนๆสมัยม.ปลาย

     
    12 กุมภาพันธ์ 2547
     
     
    19 พ.ค. 2551
     
     
    เด็กนักเรียนโรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี ม.6.9 กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง
    หลังจากไม่ได้เจอกัน 5 ปี
     
     
    เราได้คุยทุกเรื่อง ไม่ว่าเรื่องสมัยเก่าๆ เรื่องเรียน เรื่องทำงาน
    บางคน ทำงานแล้ว
    บางคน กำลังเรียนต่อ
    บางคน ยังเรียนไม่จบ
    บางคน ยังไม่มีงานทำ
     
    แต่เราก็สนุกมาก ที่ได้กลับมาเจอ มาคุยกันอีก
    เหมือนได้กลับไปเป็นเด็กม.ปลายกันอีกครั้ง
     
     
    แก้วเริ่มประเด็นขุดเรื่องเก่ามาคุยทั้งเรื่องเพื่อนเขียนนามสกุลมันว่าคัลเลอร์ซิตี้กลาส
    (ศรีเมืองแก้ว) -*-
     
     
     
     
     
     
     
     
     
    สังเกตเสื้อชมพูคือนังแก้ว ไม่สนใจใคร  "มึงถ่ายกันไป กูจะแดกยำมาม่า!!!"
     
     
     
    แน็ต น้อยหน่า เฟิร์น แก้ว เติ้ล ส้ม ฝ้าย เปิ้ล มิ้ม
     
     
     
     
    ใครไปร้านไวท์บลูวันนั้นแล้วนั่งตรงระเบียงข้างนอก  คงจะรำคาญโต๊ะนี้มาก
    เพราะเสียงดังสุดๆ
     
     
    และใครที่ไปชิคเมื่อคืน  คงโคดดดหมั่นไส้ เพราะมันเสียงดังกว่า  +กับแสงแฟลชที่พวกมันกระหน่ำถ่ายกันไม่เว้น
     
     
    ลอยกระทง  - -
     
     
     
     
     
     
     
     
    งานในวันนี้จะไม่มีเลย ถ้าไม่ได้ hi5
    เราเจอกันในนั้น เพราะเราไม่มีเบอร์กันเลย
    ขอบคุณ hi5 ที่ทำให้คนวัย 20 ต้นๆ   ได้กลับมาเจอเพื่อนเก่าอีกครั้ง
     
     
    น้ำส้ม
    มิ้ม
    เปิ้ล
    แน็ต
    น้อยหน้า
    เฟิร์น
    ฝ้าย
    แก้ว
    มิ้มห้อย
    ดาว
    เม่น
    บั๊ค
     
     
     
    May 17

    ณ ตอนนี้

    "เรียนจบแล้วหรอ"
     
    "แล้วทำงานที่ไหนล่ะ"
     
    "เรียนต่อโทป่าว"
     
    "ไม่ไปทำงานที่นู่น ที่นี่อะ"
     
     
    .......................................
     
     
    ได้ยินประโยคคำถามแบบนี้มาเยอะแล้ว
    ความจริงก็อยากหาอะไรทำแล้วได้เงิน
    เตรียมตัวเต็มที่แล้วกับงานที่เลือกไว้
     
    ซื้อข้าว ซื้อของ
    วางแผน
    บัญชี
    เงิน
     
     
    แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง จึงยังไม่ทำอาชีพนี้
    1.เรื่องของทางผู้ใหญ่เกี่ยวกับสัญญาเช่า  (ทั้งท่านที่ให้คำแนะนำและคำเตือน)
    2.ความพร้อม (ยังไม่พร้อมที่จะทำอาชีพนี้..แต่ก็อยากทำนะ)
     
     
     
    ทำไมไม่ไปทำงานบริษัทเหมือนคนอื่นๆ เค้านะ
    ทำไมไม่เรียนต่อปริญญาโทเหมือนคนอื่นๆ เค้านะ
     
    เพราะ
    ชั้นชอบทำงานอิสระ?
    ชั้นไม่รู้จะเรียนอะไร แล้วจะไปใช้ทำงานอะไร?
     
     
     
     
     
     
    "จบปริญญาตรี  แล้วจะค้าขายเนี่ยนะ?????"
    คำพูดนี้ชั้นได้ยินมาหลายคนแล้ว  แล้วชั้นจะทำให้ดูว่าจบปริญญาตรีมาค้าขายก็ประสบความสำเร็จได้  เพราะชั้นมีกำลังใจจากพ่อ แม่ พี่ เพื่อน และแฟนของชั้น
     
     
     
     
    ขอบคุณทุกกำลังใจ..
    April 10

    นิสัยผู้ชายเหมือนกับหนังสติ๊ก

    นิสัยผู้ชายเหมือนกับหนังสติ๊ก

    การเปรียบเทียบว่านิสัยผู้ชายเหมือนหนังสติ๊กเป็นการอุปมานิสัยผู้ชายได้ดีที่สุด
    ถ้าคุณรู้จักหนังสติ๊ก คุณจะเข้าใจนิสัยผู้ชายได้เป็นอย่างดี

    นิสัยผู้ชายจะแยกเป็นสามส่วนคือ เข้าใกล้ ถอยห่าง และเข้าใกล้อีกครั้ง

    ผู้หญิงส่วนใหญ่มักแปลกใจที่พบว่า แม้ผู้ชายจะรักผู้หญิงมากขนาดไหนก็ตาม
    ในบางครั้ง เขาก็ต้องถอยห่างออกไปก่อนจะเข้าใกล้ใหม่
    ผู้ชายทำไปโดยไม่รู้สึกตัวเช่นกัน รู้แต่ว่าต้องถอยห่าง

    การถอยห่างไม่ได้เกิดจากความผิดของเขาหรือของเธอแม้แต่นิดเดียว
    แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติเท่านั้น

    ผู้หญิงไม่เข้าใจการกระทำแบบนี้ของผู้ชาย
    เนื่องจากผู้หญิงมีเหตุผลที่ถอยห่างแตกต่างจากผู้ชาย

    เธอถอยห่างเมื่อเธอไม่เชื่อว่า เขาจะเข้าใจความรู้สึกของเธอ
    เมื่อเธอรู้สึกเจ็บปวดและกลัวว่าเข้าจะซ้ำเติมหรือไม่ก็รู้สึกว่าตัวเองทำอะไรผิดพลาดไป

    แน่นอนที่สุด ผู้ชายอาจห่างออกไปด้วยความรู้สึกแบบเดียวกัน
    แต่แม้ว่าเธอจะไม่ได้ทำผิดอะไรเลยเขาก็ถอยห่างออกไปได้เช่นกัน
    ทั้ง ๆ ที่รักและไว้ใจเธอ แต่จู่ ๆ เขาก็ห่างออกไป
    เหมือนกับหนังสติ๊กที่ถูกดึงให้ยืดออกจากกัน ห่างออกไปสักพัก
    แล้วก็กลับเข้ามาใกล้เหมือนเดิม

    ผู้ชายทำตัวห่างเหินออกไป ด้วยความรู้สึกอยากเป็นอิสระหรือเป็นตัวของตัวเอง
    เมื่ออยู่คนเดียวจนพอใจแล้ว เขาก็จะเข้ามาใกล้ชิดเหมือนเดิม

    ช่วงเวลาที่เขายืดออกไปจะสุดนั้น
    จะทำให้เขาเกิดความรู้สึกว่าอยากใกล้ชิดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

    ถ้าผู้ชายไม่มีโอกาสอยู่ห่างจากเธอ
    เขาจะไม่มีวันรู้ถึงความรู้สึกคิดถึงและอยากอยู่ใกล้ชิดเธอ

    ผู้หญิงต้องเข้าใจว่า ยิ่งพยายามวิ่งไล่ตามเขามากเท่าไร
    ยิ่งทำให้ฝ่ายชายพยายามวิ่งหนีและอยู่ห่าง ๆ มากขึ้นเท่านั้น
    เพราะทำให้เขาไม่เห็นคุณค่าของความคิดถึง


    ขอบคุณ teenee.com

    March 18

    ตำแหน่ง บาริสตี้

    ในที่สุดก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี  เรียนจบซักที  จะว่าไปเวลามันก็ผ่านไปเร็วเหมือนกันโนะ.....
    ตอนนี้ก็ว่างแล้ว รอเปิดร้านใหม่ก่อน คงไม่ได้นอนตื่นสายแบบนี้แน่ๆ  แต่ก็ดีนะจะได้เงินเดือนใช้กับเค้าซักที
    "เงินเดือนเดือนแรก จะให้พ่อ แม่ ตาแล้วก็ยาย คนละ 50 บาท"  (มีคนเค้าบอกมางี้ -*-)
     
     
    เมื่อวานได้ไปเปิดร้านตั้งแต่ 7 โมงครึ่ง  ง่วงสุดๆ  แต่ลูกค้าก็มากันเรื่อยๆ
    ทั้งวันขายเค้กช็อคโกแลตได้ตั้ง 1 อันถ้วนแน่ะ!  ชื่นใจ ..
    ตั้งนานเราไม่ตีกัน  พออาเฒ่าเจ้าของร้านกลับมาจากธุระก็เถียงกันซะงั้น
    อาเฒ่าส่ายหัว...จะรอดมั้ยเนี่ยสองคนนี้ -*-
     
     
    อีกหน่อยก็ต้องตื่นเช้าแบบนี้ เปิดร้าน 7 โมงครึ่ง  ปิดร้าน 6 โมงเย็น
    แต่ก็สนุกดีนะ ได้เจอลูกค้าหลากหลายแบบ  ได้ทำงานที่ตัวเองชอบ  แล้วก็ได้อยู่กับบาริสต้าที่หน้าเหมือนรุจ เดอะสตาร์ 55555+
     
     
     
    วันนี้ว่าจะไปซื้อเฟรมวาดรูป  หาอย่างอื่นทำที่นอกจากชงกาแฟ  ถ้วยกาแฟ
     
     
    January 19

    เพลงในตำนาน

      

    Tom's Diner {DNA Featuring Suzanne Vega} by Suzanne Vega

    I am sitting
    In the morning
    At the diner
    On the corner

    I am waiting
    At the counter
    For the man
    To pour the coffee

    And he fills it
    Only halfway
    And before
    I even argue

    He is looking
    Out the window
    At somebody
    Coming in

    "It is always
    Nice to see you"
    Says the man
    Behind the counter

    To the woman
    Who has come in
    She is shaking
    Her umbrella

    And I look
    The other way
    As they are kissing
    Their hellos

    I'm pretending
    Not to see them
    Instead
    I pour the milk

    I open
    Up the paper
    There's a story
    Of an actor

    Who had died
    While he was drinking
    It was no one
    I had heard of

    And I'm turning
    To the horoscope
    And looking
    For the funnies

    When I'm feeling
    Someone watching me
    And so
    I raise my head

    There's a woman
    On the outside
    Looking inside
    Does she see me?

    No she does not
    Really see me
    Cause she sees
    Her own reflection

    And I'm trying
    Not to notice
    That she's hitching
    Up her skirt

    And while she's
    Straightening her stockings
    Her hair
    Has gotten wet

    Oh, this rain
    It will continue
    Through the morning
    As I'm listening

    To the bells
    Of the cathedral
    I am thinking
    Of your voice...

    And of the midnight picnic
    Once upon a time
    Before the rain began...

    I finish up my coffee
    It's time to catch the train

     

    ตามหามานานเพลงนี้..

    November 02

    ใครหาว่าชั้น "ติดเกม?"

     
     
     
    ช่วงนี้อากาศดีมากๆ ลมพัดเย็นๆ ตอนที่อัพฝนยังตกปรอยๆด้วย นี่คงเข้าฤดูหนาวแล้วสินะ
    อากาศแบบนี้น่า.......เล่นเกม!!!
    เพิ่งตื่นก็ลุกมาเข้าเกม...สรุปเซิฟก็ยังคงปิดอยู่ - -"
     
    ทำไมมีแต่คนหาว่าชั้นติดเกมนะ? ไม่ได้ติดซะหน่อยแค่ตื่นมา 10 โมงเล่นจนถึงตี 2 แค่นั้นเอง
    ความจริงเกมก็ไม่ได้ช่วยให้ชั้นอยากเล่นเท่าไหร่หรอก พี่ๆในเกมมากว่าที่ทำให้ชั้นอยากออนทั้งวันทั้งคืน
    เข้าเกมไปก็ไม่ได้เล่น ขอได้คุยกับพี่ๆก็พอ ^^
     
     
    เพชรเองก็เล่นด้วย ทำให้เราได้คุยกันมากขึ้น เข้ากันได้ดี
    (ถึงแม้บางครั้งจะทะเลาะในเกมก็เหอะ -*-)
     
     
     
     
     
     
    *ครั้งแรกที่รวมกิลด์ครั้งใหญ่..และไม่ใช่การพีวีพี 555
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
    สังคมเกมออนไลน์ ไม่ได้เลวร้ายเสมอไป
     
     
     
    October 23

    แหลมฉบัง...

    เพิ่งกลับจากแหลมฉบัง ชลบุรี.. ได้อะไรมาเยอะแยะ  

    ได้เดินบนหาดทรายในรอบ 10 ปี

    ได้นั่งมองทะเล

    ได้ไปกินข้าวบนพัทยาทาวเวอร์ชั้น 53

    และได้เข้าโรงพยาบาล..

     

    เพราะหอยนางรม!!!   รู้เลยว่าอาการแพ้อาหารทะเล มันทรมานยังไง -*-

    ห้องฉุกเฉินในโรงบาลก็หดหู่มาก คนเจ็บใกล้ตาย 4 คน กำลังชัก ร้องลั่นโรงบาล เลือดเต็ม โอวววว~

    ได้ฉีดยา แล้วก็เอายากลับบ้าน  หนึ่งวันครึ่งหายเป็นปกติ

     

    แต่เที่ยวครั้งนี้.... ไม่สนุกเอาซะเลย = ="

     

     

    ใครชวนกินหอยนางรม เอามีดมายิงกันเลยดีกว่า

     

     

     

     

     

    (เดี๋ยวจะเอารูปมาอัพใหม่ทีหลัง ขอเล่นเกมก่อน)

    October 17

    วิช และ โน้ต

    ผ่านไปหนึ่งวันที่ร่างของวิชได้ไหม้สลายไป..
     
    เพื่อนเพชรคนนี้เป็นอีกหนึ่งคนที่ชั้นได้เจอบ่อย (แทบทุกครั้งที่ไปเที่ยว) วิชชอบเต้นท่าออดิชั่นฮาๆ เจอทีไรก็จะยิ้มแล้วก็พยักหน้าให้ รู้กัน..
    ถึงแม้จะไม่สนิทกัน แต่ดูวิชเป็นคนเพื่อนเยอะนะ รักเพื่อนดี เห็นได้จากงานศพวิช คนเยอะมาก เพื่อนๆน้องๆก็ออกมากล่าวคำไว้อาลัย.. น้ำตาคลอเลย
     
    ใจหายนะ...คนเคยเห็นๆ กันอยู่ต้องมาจากไปแบบนี้
     
     
     
    ขอแสดงความเสียใจให้กับครอบครัวประชาเกษม เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคน ที่สูญเสียวิชไป
     
     
     
     
     
    ลาก่อน โน้ตและวิช หลับให้สบายนะ..
     
     
     
     
     
     
    เรา...เป็นคนที่ยังมีลมหายใจ ยังมีชีวิตอยู่ ก็ทำวันนี้ให้ดีที่สุด ทำแต่ความดี ทำให้คนอื่นมีความสุข...ก็พอแล้ว
    September 24

    แด่..

    วันนี้ตอนเย็น..ได้ยินเสียงจุดพลุ
     
    จ๊วตบอกตั้งแต่เมื่อคืนแล้วว่าวันนี้จะมีจุดพลุ
     
    ชั้นได้ยินเสียงพลุ...
     
    ได้ยินเสียงคนออกไปดู... 
     
     
     
    แต่ชั้นไม่ออกไปดู
     
    ทั้งๆ ที่ชั้นชอบดูพลุมาตั้งแต่เด็ก
     
    ทำไมชั้นรู้สึกไม่อยากไปดู
     
    ไม่รู้...
     
     
     
     
     
     
    อาจเป็นเพราะชั้นอยู่คนเดียว
     
    ในห้องนี้
     
    ในหอนี้
     
     
     
     
     
    ในโลกใบนี้
     
     
     
    ....
     
     
     
     
     
     
    แด่...อะไรหลายๆ อย่างที่ผ่านมาในชีวิต และผ่าน...ไป